Agaminae and sub family


กิ้งก่าในกลุ่ม Agamidae ในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 31 ชนิด โดยยังไม่รวมชนิดที่อยู่ในระหว่างการบรรยายชนิด หรือ ชนิดที่มีรายงานใหม่ในไทย สามารถพบได้ในพื้นที่อาศัยหลายแบบเช่น ป่าดิบชื้น ป่าดิบเขาที่ความสูงระดับ 1000 ขึ้นไป ป่าดิบแล้ง และ แม้แต่พื้นที่เกษตรกรรม ก็สามารถเจอได้บางชนิด


กิ้งก่าทุกชนิดเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารหลักของมัน คือ แมลง และ กิ้งก่าขนาดใหญ่บางชนิด ยังกินสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆได้ รวมถึงกิ้งก่าด้วยกันเอง นอกจากกินแมลง บางชนิดยังต้องการอาหารประเภทพืชเสริม เช่น ผลไม้บางชนิด วัชพืชคลุมดิน กิ้งก่าพวกนี้ได้แก่ ตะกอง แย้


การเอาตัวรอดในธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญ กิ้งก่าทุกชนิดในกลุ่มนี้สามารถพรางตัวเข้ากับที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี นอกจากการพรางตัว การสลัดหางทิ้งในยามที่ผู้ล่าจับมันได้ ถือว่าเป็นการเอาตัวรอดที่ดี นอกจากการวิ่งหนีหลบนักล่า กิ้งก่าบางชนิด จะวิ่งหนีลงรู หรือ โดดลงน้ำทันทีเมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย

















กิ้งก่าในกลุ่ม กิ้งก่าบิน ใช้แผ่นหนังขนาดใหญ่ข้างตัว กางออก เวลาที่มันโดดจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง เหมือนเป็นการร่อน เพื่อหนีผู้ล่า และ ตัวผู้ตัวอื่น ที่ปกครองต้นไม้ต้นนั้นอยู่


แย้ ไม่ใช่กลุ่ม Agamidae แต่เป็นกลุ่มย่อยแยกออกมา คือ Leiolepinae พวกมันอาศัยในพื้นที่แห้งแล้ง ชายขอบป่า อาศํยในรูใต้ดิน และมีการเลี้ยงดูลูกอ่อนจนถึงวัยที่ปล่อยให้หากินเองได้ แย้บางชนิดสืบพันธุ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยเพศ (Pathenogenic) อีกด้วย



เว๊บบล๊อกนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจสัตว์กลุ่มนี้ หากผิดพลาดมายังไงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย



Mr.prutodang

Leiolepis triploida

แย้ตรัง , แย้มลายู

Leiolepis triploida PETERS, 1971

Leiolepis reevesii

แย้อิสาน

Leiolepis reevesii GRAY , 1831
แย้ขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายกับแย้ผีเสื้อ แต่ลายตามตัวมีลักษณะเป็นเส้นลากยาวไป กับลายร่างแห แถบสีข้าง มีลายสีดำสลับเหลืองแล้วขาดไปเป็นสีแดงสด ขามีลายร่างแห ลูกวัยอ่อนมีลายเป็นขีดเหมือนตัวเต็มวัย พบอาศัยในป่าดิบแล้งและทุ่งหญ้า ทางภาคตะวันออก ภาคอิสาน อาศัยในโพรงใต้ดิน ออกมาหากินช่วงสายหรือกลางวัน กินแมลงเล็กๆ และ พืชหน้าดินบางชนิด ไข่ครั้งละ 3-8 ฟอง ตัวเมียคอยดูแลลูกเล็กจนกระทั่งช่วงหนึ่ง จึงปล่อยให้แยกย้ายไปหากินเอง

ลักษณะลายที่ตัว และโครงหน้าของแย้ตัวเมีย




Leiolepis boehmei

แย้สงขลา

Leiolepis boehmei DAREVSKY & KUPRIYANOVA , 1993

Leiolepis belliana

แย้ผีเสื้อ, แย้ธรรมดา

Leiolepis belliana HARDWICKE & GRAY, 1827

Salea kakhienensis

กิ้งก่าเขาสูงพม่า

Salea kakhiensis ANDERSON, 1879

Pseudocalotes khaonanensis

กิ้งก่าเขานัน

Pseudocalotes khaonanensis CHAN-ARD, COTA, MAKCHAI & LAOTEOW , 2008

Pseudocalotes cf. microlepis

กิ้งก่าเขาสูง(เกล็ดใหญ่)

Pseudocalotes cf. microlepis

Pseudocalotes microlepis



กิ้งก่าเขาสูง

Pseudocalotes microlepis BOULENGER , 1888

กิ้งก่าขนาดเล็ก ส่วนหัวมีลักษณะยาวคล้ายกับกิ้งก่าในสกุล Bronchocela แต่ต่างกันตรงไม่มีเกล็ดเป็นสันบริเวณเหนือแผ่นหู และขายาวกว่า กิ้งก่าชนิดนี้มีขาค่อนข้างสั้น หางยาวและปลายหางม้วนงอได้ จึงทรงตัวได้ดีบนต้นไม้มากกว่าบนพื้น เวลาเคลื่อนที่จะใช้ขาไต่ไปตามกิ่งไม้และใช้หางม้วนไว้ด้วย เหนียงมีสีเขียวและมีจุดสีม่วงแดงสดตรงกลาง ตัวผู้มีสีดำลายพาดสีครีมสลับเป็นบั้ง กินแมลงขนาดเล็กตามกิ่งไม้ เถาวัลย์ เช่น หนอน ผีเสื้อ ด้วงปีกแข็งขนาดเล็ก พบเห็นตัวค่อนข้างยาก เพราะมีขนาดเล็กและเกาะนอนค่อนข้างสูง อาศัยในป่าดิบเขาที่ความสูงระดับ 1000 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นไป พบทางภาคเหนือ อิสานตอนบน



















ด้านบนและหัวถึงหางของกิ้งก่าตัวผู้เต็มวัย

Physignathus cocincinus


ตะกอง , ลั้ง
Physignathus cocincinus CUVIER , 1829

กิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ลำตัวสีเขียวแก่ หรือ เขียวสด ตะกองวัยรุ่นมีลายบั้งจางๆสีขาวตามตัว และจะหายไปเมื่อโตขึ้น เหนียงมีสีชมพูอ่อน หางมีลายบั้งสลับ พบอาศัยในป่าดิบชื้น ใกล้น้ำตก หรือ ลำธาร อาจพบได้บ้างตามสวนผลไม้ สวนยาง ใกล้ป่า เมื่อตกใจตะกองจะรีบวิ่งหาที่ซ๋อน หรือลงน้ำและลงไปหลบอยู๋ใต้น้ำได้นานหลายนาที ออกหากินกลางวัน กินทั้งพืชและสัตว์ เช่น แมลง ปลา กบเล็กๆ ผลไม้ที่ร่วงตามต้น(มะละกอ) วางไข่ครั้งละ 10-12 ฟอง พบได้ทางภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคอิสาน และภาคตะวันตก













Mantheyus phuwuanensis

กิ้งก่าภูวัว

Mantheyus phuwuanensis MANTHEY & NABHITABHATA , 1991

Japalura sp.

กิ้งก่าดอยลาง

Japalura sp.

Gonocephalus bellii

กิ้งก่าดงเบล

Gonocephalus bellii DUMÉRIL & BIBRON, 1837

Gonocephalus grandis

กิ้งก่าดงใหญ่

Gonocephalus grandis GRAY, 1845

Gonocephalus doriae

กิ้งก่าดงคิ้วสัน

Gonocephalus doriae PETERS , 1871

Draco volans

กิ้งก่าบินหัวฟ้า

Draco volans LINNAEUS ,1758

Draco taeniopterus


กิ้งก่าบินปีกลาย

Draco taeniopterus GÜNTHER , 1861

กิ้งก่าบินขนาดกลาง เหนียงใต้คางมีสีเหลืองส้ม ปีกมีลายสีคล้ำสลับสีส้มเหลือง ตัวมีลายคล้ายเปลือกไม้
อาศํยในป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และสามารถพบได้ในป่าสวนยาง หรือ พื้นที่บุกรุกใกล้ป่า กินแมลงขนาดเล็ก เช่น มด เป็นอาหาร วางไข่คราวละ 4 ฟอง พบได้ทุกภาค



ลักษณะลายที่ปีก และ ส่วนหัวของกิ้งก่าบินปีกลาย(ดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่)














































Draco haematopogon

กิ้งก่าบินปีกแดง

Draco haematopogon GRAY, 1831

Draco maculatus

กิ้งก่าบินปีกจุดDraco maculatus spp. GRAY, 1845
กิ้งก่าบินขนาดเล็ก มีหลายชนิดย่อยแตกต่างกันออกไป ปีกมีสีแดงส้มปีกด้านล่างมีจุดกลมใหญ่ 2-3 จุด เหนียงใต้คางมีสีเหลือง ตามตัวมีลายคล้ายลายเปลือกไม้ พบได้ในป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าบุกรุก กินมด และ แมลงขนาดเล็กที่เกาะตามเปลือกไม้เป็นอาหาร วางไข่ครั้งละ 3-5 ฟอง พบได้ทุกภาค

ลักษณะเหนียงใต้คาง และ แผ่นปีกของกิ้งก่าบินปีกจุดจันทบูรณ์ (Draco maculatus haasei)ตัวผู้ (เขาใหญ่ นครราชสีมา)














กิ้งก่าบินปีกจุดดอยสุเทพ(Draco maculatus divergens)ตัวผู้ จากดอยสุเทพ จ. เชียงใหม่
















กิ้งก่าบินปีกจุดไหหลำ(Draco maculatus whiteheadi)ตัวเมีย จาก ดอยสุเทพ เชียงใหม่
















กิ้งก่าบินปีกจุดใต้ (Draco maculatus maculatus) จาก จ.พัทลุง






















Draco obscurus

กิ้งก่าบินมลายู

Draco obscurus BOULENGER , 1887